Skip to main content

สุราษฎร์ เกี่ยวอะไรกับงานวิจัยมะเร็ง

สุราษฎร์ object เกี่ยวอิหยังกับงานวิจัยมะเร็งหรือเพราะหอยใหญ่ ไข่แดง แหล่งธรรมะ

คือที่จริงฝรั่งเค้าออกเสียงว่า "ซูรัด (Seurat)"
แต่คือนักวิจัยสาวชาวนครศรีธรรมราชอย่างเราก็
คิดเป็นอื่นไม่ได้อีกเลยจ้าาา สุราษฎร์
หิวไข่ดาวเค็ม 5555555
.
งานวิจัยมะเร็งเนี่ยมันมีการวิเคราะห์กันระดับเซลล์เดี่ยวๆ (Single cell) เลย
แล้วเครื่องมือที่วิเคราะห์มันชื่อ สุราษฎร์ (Seurat)
ปกติเนี่ยชื่อเครื่องมือมันจะมีที่มา
ไอเราก็สงสัยว่าคนคิดเกิดที่สุราษฎร์ ชอบกินไข่เค็มไชยา
เคยมาสวนโมกข์หรือยังไงนะ
.
คนคิดค้นเค้าก็ไม่ได้บอกชัดเจน
แต่มีจุดเชื่อมโยงที่น่าสนใจอย่างนึง
ถ้าค้นคำว่า Seurat ในกูเกิ้ลนี่
อย่างแรกที่เจอคือ ภาพสีๆที่ทำมาจากจุดๆ
.
นั่นคือผลงานศิลปะชาวฝรั่งเศส
ของ Georges Seurat (อ่านว่า เซอรา)
.
ก็เลยไปเปิดเว็บไซด์ของแลปวิจัยที่พัฒนาเครื่องมือ Seurat ดู
ไปเจอรูปเมืองกลางคืนที่ภาพแตกๆเป็นจุดๆกลมๆ
ซึ่งภาพนี้แอดเคยแอบบ่นในใจว่า
ทำไมแลปดังๆเอารูปแตกๆมาขึ้นเว็บนะ
แต่ก็ยังแอบสะกิดใจว่า ภาพไม่ชัด
แต่ดันไม่ชัดแบบเป็นวงกลม น่าจะแตกเป็นสี่เหลี่ยมดิ
.
ซึ่งมันจริงงงงงงงงงง
แรงบันดาลของชื่อเครื่องมือวิเคราะห์นี้
จะต้องมาจากผลงานศิลปะของ Georges Seurat แน่ๆ
.
คือที่เราต้องสนใจเซลล์เดี่ยวขนาดนี้เนี่ย
เพราะว่ามีเรื่องของความแตกต่างของแต่ละเซลล์ในมะเร็งก้อนเดียวกัน
หรือ Tumor Heterogeneity
ภาพเซลล์แต่ละเซลล์เนี่ย
มันจะโดนนำเสนอด้วยจุด เห็นจุดคนละสีในกราฟมั้ย
นั่นเลยยยย แต่ละกลุ่มคือคนละพวก
.
นึกภาพง่ายๆเลยนะ เราให้เคโม
ก้อนยุบ เฮ้ยแบบนี้มันต้องตายเกลี้ยงแน่ๆ
วันดีคืนร้ายอยู่ๆนังมะเร็งมันโผล่กลับมา
แล้วมันมาจากไหนแว๊~~~~~~
มันมาจากนังเซลล์ที่ไม่ตายตอนแรกแล้วออกลูกออกหลาน
นี่เราเลยต้องศึกษาระดับเซลล์เดี่ยวเพื่อเข้าใจมันให้หมด
จะได้หาวิธีจัดการมันต่อไป จะได้ตายเกลี้ยงๆ
ไม่ต้องโผล่กลับมาอีกต่อปายยยยยยยยยยยย

Comments

Popular posts from this blog

💊 โรงงานยามะเร็งไร้ขอบเขต 🏯✨

 💊 โรงงานยาไร้ขอบเขต 🏯✨  เภสัชก็ต้องเรียนออกแบบผัง… แต่ใช้ AutoCAD ไม่เป็นเหมือนกัน 555  การออกแบบผังโรงงานยาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โรงงานยาปกติก็ต้องวาง flow ให้ซับซ้อนเพื่อจัด โซนความสะอาด (cleanroom grade) ให้ถูกต้องอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น ยาเคมีบำบัด (chemotherapy drugs) ความยากก็เพิ่มขึ้น เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยผู้ทำงาน (worker safety) และการป้องกันสารอันตรายไม่ให้เล็ดลอด และถ้ายาเป็น ชีววัตถุ (biologics) อีกที? ต้องคิดเรื่อง ความปลอดภัยทางชีวภาพ (biosafety) เข้าไปอีกชั้น ซับซ้อนจนเหมือนเดินอยู่ใน Infinity Castle — เข้าได้แต่หาทางออกไม่เจอ 😅 💡 ตอนเรียนปีนั้น แอดก็เคยต้องทำผังโรงงานยา เพื่อนบางคนได้โรงงานยาธรรมดา เช่น ยาพารา → ชิล ๆ 😌 แต่กลุ่มแอดดันได้โรงงานผลิต ยาเคมีบำบัด เพื่อนส่ายหัวกับหนังสือกองเต็มโต๊ะ 📚 มีเพื่อนสนิทได้ โรงงานผลิต วัคซีน → เจอทั้งแบบแปลน (design) + กฎหมายข้อบังคับ (regulations) เยอะมาก จำได้ว่าโรงงานที่เพื่อนวาด ถูกทุกกฎ จนอาจารย์คอมเมนต์แค่ว่า “เข้าได้ แต่เหมือนเขาวงกต ออกไม่ได้” 🤣 🚪 พอไปฝึกงานจริงที่โรงงานผ...

โรมิโอจูจุ๊บลูเลียต💋 เกี่ยวอะไรกับมะเร็ง

โรมิโอจูจุ๊บลูเลียต  💋  เกี่ยวอะไรกับมะเร็ง   ปกวารสาร Cancer Cell ฉบับนี้ นึกว่านิยายรักกกกก มันคือฉากอมตะที่ระเบียง ซึ่งโรมิโอกับจูเลียตจูบกันนนนน หวานตัดขา ตู้วหูวววว . แต่ๆ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับวารสารงานวิจัยมะเร็งอ่ะแก ปกนี้เลือกมาเพื่อจะสื่อถึงงานวิจัยชิ้นนึงในฉบับนี้ ชื่อ " Gene context drift identifies drug targets to mitigate cancer treatment resistance " มันว่าด้วยเรื่องบริบทของยีนที่เป็นตัวบอกทุกสิ่ง คืองานงานวิจัยตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เรามักจะดูยีนแค่ยีนเดียว แต่พักหลังงานเริ่มเปลี่ยนมาดูหลายๆยีนพร้อมกัน ซึ่งก็เหมือนบริบทโดยรวม ( gene context ) งานวิจัยนี้ก็เป็นเรื่องบริบทของชาวแก๊งค์ยีนนี่แหละที่มาเกี่ยวข้องกับการดื้อยาของมะเร็ง Gene'll never work(walk) alone! ซึ่งเค้าเลือกรูปฉากระเบียงนี้มาเพราะเป็นฉากอมตะ คือถ้าเปรียบเทียบกับนิยายไทย อาจจะแบบโกโบริกับอังศุมาลิน รักท่ามกลางสงครามไรงี้ 5555 หรือไรอีก ฉากใต้ถุน แม่นาคยื่นมือเก็บมะนาว คือเห็นแบบนึกออกเลยว่างั้น #NoCancer

R.I.P. ศ.ดร.เดวิด บัลติมอร์ ผู้ค้นพบเอนไซม์ Reverse Transcriptase

  R.I.P. ศ.ดร.เดวิด บัลติมอร์ เจ้าของรางวัลโนเบล 1975 จากการค้นพบเอนไซม์ Reverse Transcriptase (RT) ในปี 1970 ตอนอายุแค่ 37 ปี . เอนไซม์นี้ถูกบรรจุลงหนังสือเรียน ม.ปลาย ไป จนเราละเลยเรื่องการค้นพบเปลี่ยนโลกครั้งนี้ไปเลย . การค้นพบครั้งนี้ทำให้เป็นที่มาของการเข้าใจโรคสำคัญๆอย่าง HIV , มะเร็ง และเป็นที่มาของยาด้วย . ณ ตอนนั้น เรารู้จัก Central dogma คือ จาก DNA -> RNA -> Protein แต่ RT คือสิ่งสวนทางช่วยให้จาก RNA -> DNA เรียกว่าคว่ำกระดานเก่าเลย . การทดลองตอนนั้นคือ เค้ารู้กันแล้วว่าไวรัสมันฝังตัวเข้าไปบนพันธุกรรม(DNA) ของโฮสได้  แต่ยังไม่รู้ว่าที่ทำได้นี่ ทำเข้าอีท่าไหน การพิสูจน์ก็เลยมาเจอเอมไซม์ตัวนี้ . เรื่องโรค HIV คือโรคของไวรัสก็พอเข้าใจได้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับมะเร็ง? . ถัดจากที่ Prof. บัลติมอร์ เจอเอนไซม์ตัวนี้ ก็เป็นยุครุ่งเรืองของยีนส์ก่อมะเร็งที่อยู่ในไวรัส ( viral oncogene ) คือไวรัสมันก่อมะเร็งได้ เช่น myc , src   โดยเอายีนส์พวกนี้มาปักใส่คนว่างั้น ปักปุ๊บฝังเข้าพันธุกรรมคนปั๊บ เป็นมะเร็งขึ้นมา . เพิ่งเข้าร่วมสัมนาที่ Prof. มาเป็น keynote เมื่อต้นปี ม...