งานประชุมวิชาการที่บ้าบอและเกรียนที่สุดในโลก 5555
คือดู hashtag ที่เค้าใช้
"งานประชุมที่สับจบทุกงานประชุม"
ชื่องานจริงๆคือ Woodstock.Bio2 + Night Science
ตอนแรกตาม X ของ Prof. Rechavi กับ Prof. Yanai
แล้วคือ Hashtag นี่ conference นะ
แต่ภาพคือคนดีดกีต้าบนเวทีนี่คอนเสิร์ตหรืออิหยัง
แปะโปสเตอร์กันกลางป่ากันไปอีก
มันจ๊าบมากกกก
(แต่ภาพจ๊าบๆไปตาม hashtag ใน X ได้อีกนะ)
งานนี้รวมทุกสาขาวิชาความว่าตั้งแต่ชีววิทยาลามไปยันฟิสิกส์
รวมตั้งแต่ระดับ นศ ป เอก จนระดับศาสตราจารย์เลย
💥 ตีมการนำเสนอ
คนพูดจะต้องพูดงานตัวใน 5 นาที 1 สไลด์เท่านั้น
แล้วการเรียกไปพูดบนเวทีคือสุ่ม
แล้วเปิดตัวด้วยเพลงที่คนพูดเลือกเอง 5555
แล้วคือทำเป็น playlist ใน Spotify เลยจ้า สุดจริงๆ
คือถ้าฉันได้ไปกะเค้าด้วยจะใช้เพลง intro โดราเอม่อน
แล้วตอนนำเสนอคือ
บางคนนำเสนอแบบบทกวี มาทรงคำคล้องจองงี้
บางคนมี soundtrack เป็นอูคูเลเล่
คนเล่าเป็นนิทานก่อนนอนก็มี
แล้วที่ว่าคนเข้างานนี้มีจนถึงเวลศาสตราจารย์
หนึ่งในนั้นคือ Prof. Yanai หนึ่งในหัวหน้าแก๊งค์ของงานนี้
แล้วนี่คือตัวตึงเลย เค้าให้อาสาสมัครไปยืนบนเวที
ทำตัวประหนึ่ง "ยีน" แล้วโบกแขน ตอนยีนเปิดหรือปิด
จ๊าบจ๊าดดด คือในมุมนักชีวะอาจจะแบบว่าก็เข้าใจอยู่แล้วนี่นา
แต่นึกสภาพนักฟิสิกส์ที่นั่งตาใสๆ สิทุกคนนนน
คือเราต้องอธิบายให้ทุกคนเข้าใจว่าซั่น
👉ชอบที่ Illouz-Eliaz พูดว่า
“การทำตัวตลกๆ หรือโง่ๆ ทำให้บรรยากาศการประชุมเปิดกว้างมากขึ้น และเป็นที่ที่เราสามารถเป็นตัวของตัวเองและแสดงความเปราะบางได้”
👉และที่ Prof. Yanai พูดว่า
“แน่นอนว่าเราต้องการวิทยาศาสตร์ที่เข้มงวดและทำซ้ำได้ แต่เราก็ยอมรับอีกด้านหนึ่งของกระบวนการ นั่นคือ ‘มาหาแรงบันดาลใจเพื่อสร้างแนวคิดใหม่ๆ และสร้างความเชื่อมโยงกัน’"
“จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเพียงแค่การนำเสนอการบรรยายในหัวข้อที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง มันจะทำให้คุณเกิดความคิดใหม่?”
นั่นเพราะเรื่องราวของ 🌜 Night Science (คำนี่เริ่มมากจาก François Jacob เจ้าของรางวัลโนเบลสาขากาารแพทย์ปี 1965) ซึ่งเป็นกระบวนการคิดแบบไร้กระบวนท่ากว่าจะได้มาเป็น Day Science 🌞 ซึ่งก็คืองานที่เราลงมือทำ สมมติฐานที่เราพิสูจน์แบบเรียงลำดับสวยงามเป็นขั้นเป็นตอน
😝ตอนปิดงานก็ยังจ๊าบบบ วิ่งเทรลหากระดาษปู่ดาร์วินไปอีก
แล้วงานประชุมครั้งนี้ก็ปิดท้ายด้วยนำเสนอโปสเตอร์กลางป่า เล่นเกม เล่นดนตรี โต้วาที
แล้วมีวิ่งเทรลแนวนั้นด้วย 5555 OMG!!
คือแต่ละคนมีแผนที่และไปตามเอาหน้ากระดาษจากหนังสือวิทยาศาสตร์ที่วางไว้ตามทาง 4 เล่มกลับมา (หนึงสือเล่มนึงในนั้นคือ On the Origin of Species ของดาร์วิน) สุดแท้ของที่ต้องออกตามล่า ยังต้องเป็นหน้ากระดาษวิทย์ๆ แม่เอ้ยยยย
ที่จริงนักวิทย์พยายามจะทำงานร่วมกันแต่ก่อน ในยุคที่คนมุ่งไปทาง oncogene
ก็มีงานประชุมเฉพาะชาว oncogene เลย ตั้งแต่ปี 1985
โปสเตอร์นี่เกรียนทุกกกกปี
และนี่คือตัวอย่างโปสเตอร์บางปี
ต้องขอบคุณที่ Prof. Joan Brugge เอาเรื่องนี้มาเล่าในงานประชุม Cancer genetics: History and consequences
อยากอ่านเรื่องนี้เพิ่มตามต่อได้ที่ "A not so brief history of the Oncogene Meeting and its Cartoons" เป็นงานเขียนลงวารสาร Oncogene เมื่อ 2007
ความฮาคือมี Supplement fig อันนึงที่เค้าวาดคนสำคัญหลายๆคนในฟีล oncogene แต่บางคนไม่ได้เขียนชื่อไว้ แล้ว J Simon ก็เขียนใน Figure legend ว่าเค้าจำไม่ได้แล้วว่าใครเป็นใครในภาพเนี่ย ไปถาม T Hunter ก็จำไม่ได้เหมือนกัน 555555555555 โอ๊ยยยยย Fig legend จะฮาไปไหนนนน 😝
ตอนหลังงานนี้หยุดไปแล้วมี AACR เข้ามาแทนซึ่งรวมชาว cancer research ได้เยอะมากกกกกก จัดมาเรื่อยทุกปี
เห็นคนไทยเข้าประชุม AACR เยอะเลยปีๆนึง แต่คนไทยที่เป็น AACR member มีไม่กี่คน
หนึ่งนั้นคือ เจ้าฟ้าหญิงจุฬาภรณ์
ไอเดียดีๆ บ่อยครั้งที่โผล่ตอนที่เราเอานู้นผสมนี่
บ้างทีเราก็ได้ไอเดีย/แนวคิดเด็ดๆ จากนักฟิสิกส์นะ
เช่น Stephen Hawking, Richard Feynman
และการนั่งเกร็งตัวแข็งทื่อ พิธีรีตรองเยอะแยะระหว่างคุยงานวิทย์ๆนี่
ทำให้หัวตื้อคิดอะไรไม่ออกเลยทีเดียว 😍
#TheConferenceToEndAllConferences บ้างแล้วสิ
Lindau Nobel Laureate Meetings ปี 2026
ก็เป็นปีที่รวมทุกสาขาวิชาเลยด้วยน่าไปที่สุดเลย
ปล. โพสต์นี้เขียนด้วยความดีด อิอิ











Comments
Post a Comment