Skip to main content

เราคิดถึงคุณดิ๊กกกก (อ่านชื่อแล้วคิดดีไม่ได้เลย)

 เราคิดถึงคุณดิกกกก (อ่านชื่อแล้วคิดดีไม่ได้เลย)


แวบแรกก็คือคิดดีไม่ได้
Dick เป็นสแลงค์ = เจ้าปิกัสจู นั่นเอง
แต่คนที่ส่งภาพนี้มาให้คือ ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ

แล้ว อ บัญชา ก็อธิบายต่อไปด้วยภาพด้านล่าง
เลยถึงบางอ้อว่า อ๋ออออ ชื่อเล่นของ Richard!
ก็ถึงว่าใครจะไปบอกรักปิกัสจูอยู่บนยอดตึกห้องสมุดของมหาลัยขนาดนี้ 😆
บอกรักกันขนาดนี้ ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ

❤คนไม่ธรรมดาที่ถูกบอกรักบนยอดตึกหอสมุด ❤

คนไม่ธรรมดาคนนั้นคอ Richard ที่ชื่อดังก้องโลกวิทยาศาสตร์
Richard Feynman นักฟิสิกส์เจ้าของรางวัลโนเบล

Feynman คงเป็นคนที่ลูกศิษย์รักมากๆ 
ภาพนี้ลูกศิษย์เค้าไปแขวนไว้บนหอสมุดหลังจากที่เค้าจากไปแล้วถึง 30 ปี
เรื่องราวของ Feynman มีเล่าไว้ใน podcast โดย อ บัญชา ฟังเพลินสนุกมาก
เป็นนักวิทยาศาสตร์อารมณ์ดีเลยทีเดียว
ตามฟังไว้ได้ที่ Link นี้เลย

เรื่องราวของ Feynman ดังหลุดโลกฟิสิกส์มาถึงนักชีววิทยาอย่างเราได้อย่างไร🧬

เรื่องมันเริ่มมาจากต้องเขียนจดหมายรายงานตัวใช้ทุน
กับคิดไว้ลางๆ สักหน่อยว่าหากถูกถามว่าอยากทำงานแนวไหน คงต้องมีคำตอบ

หลังจากที่คิดหนักมากแต่คิดไม่ออก วิจัยก็ชอบมากๆ งานสอนก็ดูไม่แย่ เพื่อนๆ น้องๆ ชอบให้ติวหนังสือ อาจารย์คณบดีตอน ป ตรี ก็ยังจำได้เลยว่าติวหนังสือให้เพื่อนบ่อยๆ ตอนมาเรียน ป เอก ก็ชอบแกล้ง/สอน น้องๆฝึกงาน
แต่ถ้าขาดวิจัย คงถึงกับเฉาตาย 
ตกลงเอาไงดีแงงงงง

นึกขึ้นได้ถึงสไลด์หน้าหนึ่งที่อาจารย์ชิษณุสรร สวัสดิวัตน์
เคยหยิบขึ้นมาพูดช่วงทีมีข่าวเรื่องคนซื้อขายงานวิชาการเพื่อตีพิมพ์กันเยอะๆ



ส่วนหนึ่งที่อาจารย์พูดในวันนั้นก็คือสไลด์ด้านล่างนี้

“ทั้ง 2 ด้านของเหรียญต่างให้ประโยชน์แก่กันและกัน”

เรื่องนี้น่าสนใจมาก ถึงกับต้องตามไปอ่านบทความเมื่อปี 2006 ที่อาจารย์ชิษณุสรรเขียนไว้ 

บทความชื่อ Teaching and research: Opposite faces of the same coin?

ท่ามกลางความสำคัญว่าทำไม 
“อาจารย์ที่น่าจะสอนเป็นหลัก ก็จำเป็นต้องทำวิจัย”

คำถามของเราคือตรงกันข้าม
“แล้วถ้าเราชอบทำวิจัยหล่ะ เราต้องสอนเพื่ออะไร”

แต่ก็มีคำตอบกลายๆ ไว้ในบทความแล้ว
ดูเหมือนการทำวิจัยอาจจะไม่ใช่แค่การพุ่งไปข้างหน้า
แต่ได้ย้อนกลับมาตกผลึกหลายๆอย่าง
และน่าจะดีไปกว่านั้นถ้าได้คายตะขาบความวิจัยแบบดีดๆ
ให้ใครสักคนต่อ 
แล้วค่อยๆเฝ้ามองเค้าเติบโตในวงการวิชาการ
นั่นเลยเป็นข้อสรุปของการเขียนจุดหมายรายงานตัใช้ทุน
พร้อมๆกับเป็นจุดเริ่มต้นของการอ่านเรื่องราวของ Feynman และติดต่อ อ.ดร.บัญชา ธนบุญสมบัติ
เพราะอ่านประวัตินักฟิสิกส์จากหนังสือของอาจารย์มาหลายเล่มเลย

ล่าสุดอาจารย์ก็มี รายการ Eureka ท่องโลกวิทยาการณ์ เล่าสนุกฟังเพลินมากเลย ล่าสุดมีตอน Maxwell ด้วย คุ้นๆชื่อหล่ะสิ ตามไปฟังกันได้เลย

Comments

Popular posts from this blog

💊 โรงงานยามะเร็งไร้ขอบเขต 🏯✨

 💊 โรงงานยาไร้ขอบเขต 🏯✨  เภสัชก็ต้องเรียนออกแบบผัง… แต่ใช้ AutoCAD ไม่เป็นเหมือนกัน 555  การออกแบบผังโรงงานยาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โรงงานยาปกติก็ต้องวาง flow ให้ซับซ้อนเพื่อจัด โซนความสะอาด (cleanroom grade) ให้ถูกต้องอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น ยาเคมีบำบัด (chemotherapy drugs) ความยากก็เพิ่มขึ้น เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยผู้ทำงาน (worker safety) และการป้องกันสารอันตรายไม่ให้เล็ดลอด และถ้ายาเป็น ชีววัตถุ (biologics) อีกที? ต้องคิดเรื่อง ความปลอดภัยทางชีวภาพ (biosafety) เข้าไปอีกชั้น ซับซ้อนจนเหมือนเดินอยู่ใน Infinity Castle — เข้าได้แต่หาทางออกไม่เจอ 😅 💡 ตอนเรียนปีนั้น แอดก็เคยต้องทำผังโรงงานยา เพื่อนบางคนได้โรงงานยาธรรมดา เช่น ยาพารา → ชิล ๆ 😌 แต่กลุ่มแอดดันได้โรงงานผลิต ยาเคมีบำบัด เพื่อนส่ายหัวกับหนังสือกองเต็มโต๊ะ 📚 มีเพื่อนสนิทได้ โรงงานผลิต วัคซีน → เจอทั้งแบบแปลน (design) + กฎหมายข้อบังคับ (regulations) เยอะมาก จำได้ว่าโรงงานที่เพื่อนวาด ถูกทุกกฎ จนอาจารย์คอมเมนต์แค่ว่า “เข้าได้ แต่เหมือนเขาวงกต ออกไม่ได้” 🤣 🚪 พอไปฝึกงานจริงที่โรงงานผ...

โรมิโอจูจุ๊บลูเลียต💋 เกี่ยวอะไรกับมะเร็ง

โรมิโอจูจุ๊บลูเลียต  💋  เกี่ยวอะไรกับมะเร็ง   ปกวารสาร Cancer Cell ฉบับนี้ นึกว่านิยายรักกกกก มันคือฉากอมตะที่ระเบียง ซึ่งโรมิโอกับจูเลียตจูบกันนนนน หวานตัดขา ตู้วหูวววว . แต่ๆ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับวารสารงานวิจัยมะเร็งอ่ะแก ปกนี้เลือกมาเพื่อจะสื่อถึงงานวิจัยชิ้นนึงในฉบับนี้ ชื่อ " Gene context drift identifies drug targets to mitigate cancer treatment resistance " มันว่าด้วยเรื่องบริบทของยีนที่เป็นตัวบอกทุกสิ่ง คืองานงานวิจัยตั้งแต่ไหนแต่ไรมา เรามักจะดูยีนแค่ยีนเดียว แต่พักหลังงานเริ่มเปลี่ยนมาดูหลายๆยีนพร้อมกัน ซึ่งก็เหมือนบริบทโดยรวม ( gene context ) งานวิจัยนี้ก็เป็นเรื่องบริบทของชาวแก๊งค์ยีนนี่แหละที่มาเกี่ยวข้องกับการดื้อยาของมะเร็ง Gene'll never work(walk) alone! ซึ่งเค้าเลือกรูปฉากระเบียงนี้มาเพราะเป็นฉากอมตะ คือถ้าเปรียบเทียบกับนิยายไทย อาจจะแบบโกโบริกับอังศุมาลิน รักท่ามกลางสงครามไรงี้ 5555 หรือไรอีก ฉากใต้ถุน แม่นาคยื่นมือเก็บมะนาว คือเห็นแบบนึกออกเลยว่างั้น #NoCancer

R.I.P. ศ.ดร.เดวิด บัลติมอร์ ผู้ค้นพบเอนไซม์ Reverse Transcriptase

  R.I.P. ศ.ดร.เดวิด บัลติมอร์ เจ้าของรางวัลโนเบล 1975 จากการค้นพบเอนไซม์ Reverse Transcriptase (RT) ในปี 1970 ตอนอายุแค่ 37 ปี . เอนไซม์นี้ถูกบรรจุลงหนังสือเรียน ม.ปลาย ไป จนเราละเลยเรื่องการค้นพบเปลี่ยนโลกครั้งนี้ไปเลย . การค้นพบครั้งนี้ทำให้เป็นที่มาของการเข้าใจโรคสำคัญๆอย่าง HIV , มะเร็ง และเป็นที่มาของยาด้วย . ณ ตอนนั้น เรารู้จัก Central dogma คือ จาก DNA -> RNA -> Protein แต่ RT คือสิ่งสวนทางช่วยให้จาก RNA -> DNA เรียกว่าคว่ำกระดานเก่าเลย . การทดลองตอนนั้นคือ เค้ารู้กันแล้วว่าไวรัสมันฝังตัวเข้าไปบนพันธุกรรม(DNA) ของโฮสได้  แต่ยังไม่รู้ว่าที่ทำได้นี่ ทำเข้าอีท่าไหน การพิสูจน์ก็เลยมาเจอเอมไซม์ตัวนี้ . เรื่องโรค HIV คือโรคของไวรัสก็พอเข้าใจได้ แล้วมันเกี่ยวอะไรกับมะเร็ง? . ถัดจากที่ Prof. บัลติมอร์ เจอเอนไซม์ตัวนี้ ก็เป็นยุครุ่งเรืองของยีนส์ก่อมะเร็งที่อยู่ในไวรัส ( viral oncogene ) คือไวรัสมันก่อมะเร็งได้ เช่น myc , src   โดยเอายีนส์พวกนี้มาปักใส่คนว่างั้น ปักปุ๊บฝังเข้าพันธุกรรมคนปั๊บ เป็นมะเร็งขึ้นมา . เพิ่งเข้าร่วมสัมนาที่ Prof. มาเป็น keynote เมื่อต้นปี ม...