Skip to main content

How to นอนดี 3 ข้อ ยังไม่รู้เรื่องนี้ อย่าพึ่งเอาหัวถึงหมอน

How to นอนดี 3 ข้อ ฉบับ LONGEVITY

ยังไม่รู้เรื่องนี้ อย่าพึ่งเอาหัวถึงหมอน

.
#อั่ยย่ะ 
เรามา Don't Die by Sleep well กันเถอะ
.
เรื่องนอนเป็นเรื่องจำเป็น นอนน้อยแต่นอนนะ อันนี้ไม่ได้~~~
เราเพิ่งได้ยินข่าวสูญเสียบุคลากรน้ำดี
จากการพักผ่อนน้อยกันไป
.
วันนี้เราข้ามมารู้จักการนอนที่ดีกันดีกว่า
นอนดี ชีวิตดี พรุ่งนี้ที่สดใส และ Productivity ลุยยยยยยยยย
ใครรีบ อยากอ่านสั้นไปที่ 
👉 #อั่ยย่ะมาสรุปกัน ได้เลยยย
.
มาทบทวนกันนิดนึง
#สิ่งที่ Bryan Johnson ทำเพื่อชะลอวัย
มันคือโปรเจกต์ชื่อว่า Blueprint  ซึ่งประกอบด้วยยยยย
✅ การกินอาหาร
✅ ยาและอาหารเสริม
✅ การนอน
✅ การออกกำลังกาย
✅ เทคโนโลยีและการบำบัดขั้นสูง
แปะ link ตอนก่อนๆไว้ที่คอมเม้นนะจ๊ะ
.
💤💤💤💤💤💤💤

#อั่ยย่ะเรื่องเต็มมันมาอย่างนี้

1️⃣ พลังของความสม่ำเสมอ เข้านอนตอน 20:30 น.
Bryan อ้างอิงจากนาฬิกาชีวิต (Circadian Rhythm) อันนี้เรื่องวิทยาศาสตร์ที่แท้ทรู
- วงจรเมลาโทนิน (Melatonin Cycle): นางคือฮอร์โมนจากสมองเรา ทำหน้าที่ส่งสัญญาณให้ร่างกายรู้ว่า ถึงเวลานอนแล้ว แล้วนางก็ถูกกระตุ้นด้วยความมืด แต่ถูกยับยั้งด้วยแสง เพราะงั้นเราเลยควรนอนที่มืดและงดจอ งดแสงรวมถึงหลอดไฟด้วย คิดถึงการนอนคนยุคถ้ำอ่ะเธอ
.
- การเพิ่มคุณภาพการนอนหลับลึก: 
คือการนอนนี่มีระดับอยู่นะ เอาง่ายๆเลยคือยังมีนอนฝัน ไม่ฝัน นอนเหมือนไม่ได้นอนใช่ป่ะ 
แต่การนอนดีที่สุดคือหลับลึก การหลับลึก (Stage 3 NREM หรือ Slow-wave sleep) เป็นช่วงที่สำคัญที่สุดในการซ่อมแซมร่างกาย
.
เพราะงั้นควรเข้านอนเวลาเดิม ในที่เย็นพอดี (ช่วยให้หลับลึก) ซึ่งในช่วงหลับลึกอ่ะ สมองจะทำการกำจัดโปรตีนที่เป็นพิษออกจากเซลล์ประสาท อันนี้ช่วยเรื่องการเสื่อมของสมอง Longevity กันอีก
.
- การตื่นเองโดยไม่ใช้การสั่นหรือเสียงปลุก: อันนี้ช่วยลดความเครียดจากการพุ่งสูงของคอร์ติซอล แบบฉับพลัน นึกสภาพได้ยินเสียงนาฬิกาปลุกแล้วสะดุ้งโหยง แฮร่ๆ พอเราเข้านอนเวลาเดิม มันจะต่ืนเวลาเดิมจริงๆ แบบนอนพอนะ แอดทำแล้วได้ผลหล่ะ
.
2️⃣ สภาพแวดล้อม: อันนี้ต้องนึกถึงห้องนอนที่เป็นเหมือนถ้ำที่ออกแบบมาเพื่อการพักผ่อนโดยเฉพาะ
- เอาแสงออกให้หมด: แม้แต่แสงจากไฟ LED เล็กๆ บนปลั๊กไฟก็ถูกปิด เพราะผิวหนังและดวงตามีตัวรับแสงที่สามารถส่งสัญญาณไปรบกวนสมองได้ ล่าสุดแอดกำลังจะสั่งม่านแบบกรองแสง เอาให้มืดกันไปเลย
.
- ควบคุมอุณหภูมิ: Bryan ใช้อุปกรณ์ควบคุมอุณหภูมิที่นอน (เช่น Eight Sleep) เพื่อรักษาอุณหภูมิร่างกายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม เพราะอุณหภูมิที่เย็นช่วยให้เข้าสู่โหมดหลับลึกได้ง่ายขึ้น เราๆขอแค่เปิดแอร์ ผ้าห่มนิ่มๆ ก็น่าจะโอเคแล้วนะ ^^
.
- Sleep Divorce (นอนคนเดียว): ไม่ใช่เรื่องความสัมพันธ์ แต่เป็นเรื่องการควบคุมตัวแปร Bryan เชื่อว่าการขยับตัว เสียงกรน หรือความร้อนจากคู่นอนรบกวนคุณภาพการนอน 
.
3️⃣ Pre-sleep Routine: การเตรียมสมอง
Bryan เชื่อว่า "การนอนเริ่มต้นตั้งแต่ 2 ชั่วโมงก่อนเข้านอนจริง"
.
- ลดแสงสีฟ้า: แสงสีฟ้าจากหน้าจอจะยับยั้งการหลั่งเมลาโทนิน การสวมแว่นสีส้ม/แดงช่วยหลอกสมองว่าดวงอาทิตย์ตกดินแล้ว เราแค่ลดจอ ลดซีรี่ย์กันนะทุกคน
.
- ลดสิ่งกระตุ้น: งดการเช็คอีเมลงาน การดูข่าวเครียดๆ หรือการคุยเรื่องซีเรียส ทีนี้หัวใจจะเต้นแบบผ่อนคลายพร้อมนอน เรื่องนี้มีผลมากนะสำหรับแอด ต้องห้ามอ่านงานวิจัยใหม่ๆ แก้โค้ดพวก DNA ใดๆ ช่วงเย็น ค่ำกันเลยทีเดียว

💣💣💣💣💣 ของแถมมมมมม
Bryan มีการวัด "นอนเต็มอิ่ม" ของเขา ไม่ใช่ใช้แค่ความรู้สึก
แต่เขาดูข้อมูลจากแหวน Whoop หรือ Oura 
โดยดูค่าตั้งนี้
- Sleep Efficiency: ต้องสูงกว่า 90%
- Resting Heart Rate (RHR): ต้องต่ำที่สุด (บางครั้งเขาทำได้ถึง 40-45 bpm)
- Deep Sleep & REM: ต้องมีสัดส่วนที่เหมาะสมในทุกคืน

💣 ถ้า Bryan มีเดทหรือนัดสำคัญที่ต้องทำให้เขานอนดึกกว่า 20:30 น. 
เขาจะปฏิเสธนัดนั้นทันที (ส่วนเราๆ ไปทันนที ยั๊งงงงงงงง)
เพราะเขามองว่าการผิดวินัยการนอนคือ "ความรุนแรงต่อร่างกาย" (Self-violence)
โอ้วววว 🙊 ขอให้พี่แกอายุยืนหมื่นปี หมื่นๆปี 

🔥🔥🔥🔥🔥🔥🔥🔥

#อั่ยย่ะมาสรุปกัน 

3 อย่างที่Bryanทำสำหรับการนอนดี
.
1️⃣ นอนตามตารางเป๊ะ: 
- เข้านอนเวลา 20:30 น. 
- ตื่นประมาณ 04:30 - 05:00 น. โดยไม่ใช้ฬิกาปลุก (เพื่อให้ร่างกายตื่นตามรอบธรรมชาติ)
.
2️⃣ สภาพแวดล้อม: 
- ห้องนอนต้องมืดสนิท 
- คุมอุณหภูมิให้เย็น เย็นแบบสบายตัวนะเธอ ไม่ใช่จนตัวแข็ง แงงง
- นอนคนเดียว เพื่อไม่ให้ใครมารบกวนรอบการนอน คนข้างๆ พลิกทีตื่นกันเลยทีเดียว
.
3️⃣ เตรียมตัวก่อนนอน: 
- ใส่แว่นกันแสงสีฟ้าล่วงหน้า 2 ชั่วโมงก่อนนอน อันนี้เราแค่เลี่ยงหน้าจอโทรศัพท์ ก็น่าจะช่วยได้เยอะเลย
- ไม่มีกิจกรรมที่ทำให้ตื่นเต้น เอ่อคือกิจกรรมตื่นเต้นนี่มีตั้งแต่งานและอาจจะลามไปยันกิจกรรมดึ๋งๆกับคู่รักหรือเปล่านะ



Comments

Popular posts from this blog

งานประชุมวิชาการที่บ้าบอและเกรียนที่สุดในโลก

งานประชุมวิชาการที่บ้าบอและเกรียนที่สุดในโลก 5555  คือดู hashtag ที่เค้าใช้   #TheConferenceToEndAllConferences   "งานประชุมที่สับจบทุกงานประชุม"   เปรี้ยวจ๊าดดดดด  (ลองตามใน X/BlueSky ดู  อันนี้ด้วย  #TCTeAC ) ชื่องานจริงๆคือ  Woodstock.Bio 2 + Night Science ตอนแรกตาม X ของ Prof. Rechavi กับ Prof. Yanai แล้วคือ Hashtag นี่ conference นะ แต่ภาพคือคนดีดกีต้าบนเวทีนี่คอนเสิร์ตหรืออิหยัง แปะโปสเตอร์กันกลางป่ากันไปอีก มันจ๊าบมากกกก    ล่าสุดนี่ Nature Career เพิ่งเอามาเล่า (แต่ภาพจ๊าบๆไปตาม hashtag ใน X ได้อีกนะ)  งานนี้รวมทุกสาขาวิชาความว่าตั้งแต่ ชีววิทยาลามไปยัน ฟิสิกส์  รวมตั้งแต่ระดับ นศ ป เอก จนระดับศาสตราจารย์เลย   

กระทบไหล่เจ้าของรางวัลโนเบลครั้งนึง ติดใจตลอดไปปปป (Prof.Ada Yonath)

กระทบไหล่เจ้าของรางวัลโนเบลครั้งนึง ติดใจตลอดไปปปป Prof. Ada เจ้าของรางวัลโนเบลเคมี ปี 2009 จากการศึกษาโครงสร้างและหน้าที่ของไรโบโซม ตอนนั้นเรียน Medicinal Chemistry เพิ่งจบไป (นักศึกษาเภสัชต้องเรียนโครงการยาด้วยยยย)  ปิดเทอมปุ๊บลั้ลลาแลปนู้นนี่ เข้าประชุทวิชาการปั๊บ เจอเลยจ้าาาา   ไปนั่งฟัง Prof. คือแบบชัดเลยว่ายามันมุดเข้าซอกไหนของโปรตีน ไปทำให้เซลล์แบคทีเดียเดี้ยงได้ยังไง คือมันจะมียากลุ่มที่ฆ่าแบคทีเรีย (ยาฆ่าเชื้อ) กลุ่มที่ไปจัดการไรโบโซมของแบคทีเรีย (ไรโบโซมคนกับแบคทีเรียไม่เหมือนกันนะ) นั่นแหละจ้าาาา ที่เรียนมาคือเห็นภาพพพพ   คือ Prof. พรีเซ็นเป็นคลิปสวยๆเลย   ด้วยความดีด กลับมหาลัยไป เดินไปก่อกวน อ ที่สอน MedChem เรื่องนั้นอีก อิอิ ว่ามันน่าตื่นตาตื่นใจมากกกกกก ps. ฟัง Prof. Ada มาหลายรอบ สิ่งนึงที่ไม่เปลี่ยนคืออายุหลานสาว Prof ที่นังเด็กเสมอ บางทีก็แอบคิดว่าหลาน Prof อาจจะๆไล่เลี่ยกับเรา #NobelPrize #ScienceEducation #MedicinalChemistry #Ribosomes #Inspiration #AcademicLife #RealWorldLearning

💊 โรงงานยามะเร็งไร้ขอบเขต 🏯✨

 💊 โรงงานยาไร้ขอบเขต 🏯✨  เภสัชก็ต้องเรียนออกแบบผัง… แต่ใช้ AutoCAD ไม่เป็นเหมือนกัน 555  การออกแบบผังโรงงานยาไม่ใช่เรื่องง่ายเลย โรงงานยาปกติก็ต้องวาง flow ให้ซับซ้อนเพื่อจัด โซนความสะอาด (cleanroom grade) ให้ถูกต้องอยู่แล้ว แต่ถ้าเป็น ยาเคมีบำบัด (chemotherapy drugs) ความยากก็เพิ่มขึ้น เพราะต้องคำนึงถึงความปลอดภัยผู้ทำงาน (worker safety) และการป้องกันสารอันตรายไม่ให้เล็ดลอด และถ้ายาเป็น ชีววัตถุ (biologics) อีกที? ต้องคิดเรื่อง ความปลอดภัยทางชีวภาพ (biosafety) เข้าไปอีกชั้น ซับซ้อนจนเหมือนเดินอยู่ใน Infinity Castle — เข้าได้แต่หาทางออกไม่เจอ 😅 💡 ตอนเรียนปีนั้น แอดก็เคยต้องทำผังโรงงานยา เพื่อนบางคนได้โรงงานยาธรรมดา เช่น ยาพารา → ชิล ๆ 😌 แต่กลุ่มแอดดันได้โรงงานผลิต ยาเคมีบำบัด เพื่อนส่ายหัวกับหนังสือกองเต็มโต๊ะ 📚 มีเพื่อนสนิทได้ โรงงานผลิต วัคซีน → เจอทั้งแบบแปลน (design) + กฎหมายข้อบังคับ (regulations) เยอะมาก จำได้ว่าโรงงานที่เพื่อนวาด ถูกทุกกฎ จนอาจารย์คอมเมนต์แค่ว่า “เข้าได้ แต่เหมือนเขาวงกต ออกไม่ได้” 🤣 🚪 พอไปฝึกงานจริงที่โรงงานผ...